พม. จับมือเครือข่าย สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ หยุด คิด ถาม ทำ ป้องกันตกเป็นเหยื่อ สแกมเมอร์ - แก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว - หลอกให้ซื้อของไม่ได้คุณภาพ
/
08/01/2567 /
1764 /
พิมพ์หน้านี้ /
0
วันนี้ (8 ม.ค. 67) เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ หยุด คิด ถาม ทำ รูปแบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับประชาชนในสังคม เพื่อการสื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ป้องกันการตกเป็น เหยื่อ ของผู้ไม่หวังดีในกระบวนการสื่อสาร โดยนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ รศ.ดร.ภก.สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นายวันชัย บุญประชา ที่ปรึกษา กลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด และนางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเปิดงาน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายวราวุธ กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และจากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566 พบว่าผู้สูงอายุไทยมีจำนวน 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ นับว่าเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ และจากข้อมูลผลการสำรวจสถานการณ์และผลกระทบจากการเปิดรับสื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2566 โดยการเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ของศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (Intelligence Center for Elderly Media Literacy - ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2566 มีจำนวนผู้สูงอายุไทยที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อมากถึง 22.40% โดยตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ มีจำนวนมากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ผู้สูงอายุยังคงถูกหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 14 และจากข้อมูลมติสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติรองรับสังคมสูงวัย ปี 2566 ยังพบอีกว่าความสามารถในการใช้งานสื่อเทคโนโลยีและการรู้เท่าทันภัยจากเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้สูงอายุอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงและเป็นเป้าหมายต่อการถูกหลอกลวงจากโลกออนไลน์ได้ง่าย ทั้งจากเรื่องโรมานซ์สแคม (Romance Scam) และแก๊งคอลเซนเตอร์ (Call Center) ซึ่งเป็นการถูกหลอกลวงที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 3 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ หยุด คิด ถาม ทำ เพื่อนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ ผ่านหลักการสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ 1) การรู้จักและเข้าถึงสื่อ ผู้รับสารสามารถเลือกใช้สื่อได้ตามที่ต้องการ 2) การวิเคราะห์ทำความเข้าใจสื่อ ผู้รับสารสามารถทำความเข้าใจหรือตีความข้อมูลที่สื่อส่งมาได้ 3) การประเมินผลกระทบจากสื่อ ผู้รับสารสามารถประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบได้ และ 4) การใช้สื่ออย่างปลอดภัย ผู้รับสารสามารถใช้ข้อมูลนั้นต่อไปอย่างปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทดลองหลักสูตรโดยจัดอบรมวิพากษ์หลักสูตรในพื้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
นอกจากนี้ กระทรวง พม. โดย ผส. และภาคีเครือข่ายทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ผลิตเล่มหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ (E - book) รวมทั้งการจัดทำเว็ปไซต์ (Website) เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ มีแผนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสูงวัยรู้ทันสื่อ 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย 1. ภาคกลาง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี 2. ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย 3. ภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา และ 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด
นายวราวุธ กล่าวต่อไปอีกว่า จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว วันนี้เกิดมิจฉาชีพมากมายที่เริ่มเข้ามาหาผลประโยชน์จากผู้สูงอายุ แม้จะเป็นผู้มากประสบการณ์ แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเล่ห์กลทั้งหลายที่มาในรูปแบบของออนไลน์ตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถึงแม้ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้สูงอายุได้ใช้เทคโนโลยีเทคโนโลยีใหม่ๆ และโซเชียลมีเดีย แต่เปรียบเหมือนดาบสองคม ที่นำเอามิจฉาชีพมาถึงประตูบ้าน ทำให้เงินจำนวนมากต้องสูญเสียไปไม่ว่าจะเป็น เงินออม เงินบำนาญ ดังนั้น วันนี้ หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ หยุด คิด ถาม ทำ ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี เพราะว่าการที่ร่วมมือกันทำงานทำให้พี่น้องประชาชนในส่วนของผู้สูงอายุจะมีองค์ความรู้ มีเกราะป้องกัน ไม่เสียรู้ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป และหวังว่าโครงการที่ดีเช่นนี้ จะได้รับการต่อยอดและขยายผลไปยังผู้สูงอายุกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ และในอนาคตจากนี้ไป ผู้สูงอายุในประเทศประเทศไทยจะไม่หลงกลให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่หากินกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าหากได้รับข้อความ SMS หรือทางแอปพลิเคชัน LINE หรือ WhatsApp อย่าพึ่งเชื่อ และขอให้ลบทิ้งไปจะปลอดภัยที่สุด
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรนี้ จะมีทั้งที่เป็นรูปเล่มหนังสือให้อ่าน และ E - book อีกทั้งจะมีวิทยากร ซึ่งจริงๆ แล้ว การทำความเข้าใจกับหลักสูตรที่ว่า หยุด คิด ถาม ทำ หากว่าได้มีการพูดคุยและฟังจากประสบการณ์จริง ตนเชื่อว่าจะสอนผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวได้อย่างชัดเจน และจำแม่นขึ้น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทางออนไลน์ โดยจะมีทั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี รวมทั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ จะมีการส่งข้อมูลไปยังโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศอีกด้วย
#ช่วย24ชั่วโมง #พม24ชม #ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม
#พมหนึ่งเดียว #ศรส #พม #ผู้สูงอายุ #หยุดคิดถามทำ #ผส