|   Thai English English 1300thailandcallcenter
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC ไทยคู่ฟ้า Anti-Fake News Center Thailand Youtube สอบถามข้อมูล / ข้อเสนอแนะ

ข่าวภารกิจ

"รัฐมนตรี นิกร" ตอบกระทู้สภาฯ ย้ำ พม. หนุนความเท่าเทียมระหว่างเพศ ชี้กลไก คุ้มครองสิทธิ พร้อมเปิดทาง ขรก.-จนท.รัฐ แต่งกายตามเพศสภาพ ขจัดการเลือกปฏิบัติ

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 17/09/2569 / 966 / พิมพ์หน้านี้ / 0

วันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎร ถึงเรื่องการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเครื่องแบบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศของ นางสาวภัสริน รามวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ว่า พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เป็นกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองและป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และมีคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ สทพ.) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ โดยมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการกําหนดนโยบายมาตรการ และแผนปฏิบัติงานเพื่อให้มีการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ คณะกรรมการ สทพ. ได้มีข้อเสนอแนะว่าด้วยแนวปฏิบัติด้านการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ เพื่อใช้เป็นข้อเสนอแนะว่าด้วยแนวปฏิบัติสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ควรให้สิทธิแก่บุคลากร สามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคลนั้น ตามข้อบังคับของหน่วยงาน ทั้งยังเสนอว่าหน่วยงานไม่ควรมีการออกประกาศระเบียบ หรือกำหนดแนวปฏิบัติใด ๆ เกี่ยวกับการแต่งกายของบุคลากร ผู้ที่มาปฏิบัติงาน อันเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ตามเพศสภาพไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิด ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐทุกกระทรวงได้ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ สทพ. ดังกล่าวแล้ว


นายนิกร กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางในการแก้ไขกฎระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเครื่องแบบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อลดปัญหาข้อจำกัดอันเกิดจากการตีความกฎระเบียบของทางราชการ และเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติหรือจำกัดเสรีภาพโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีเหตุอันสมควร รวมถึงเพื่อลดเหตุอันก่อให้เกิดอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว นั้น เป็นไปตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 มาตรา 6 ซึ่งบัญญัติ ให้ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน ตามมาตรา 5 มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดในกฎหรือข้อบังคับซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้แก่ "กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 71 (พ.ศ. 2523)" ดังนั้น การแก้ไขกฎระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเครื่องแบบข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักนายกรัฐมนตรี


นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ยังมีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัย ปัญหาที่มีการยื่นคำร้องว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และมีอำนาจออกคำสั่งให้หน่วยงานของ รัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้วยวิธีใดที่เห็นว่าเหมาะสม เพื่อระงับและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ


#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ #ความเท่าเทียมระหว่างเพศ #ขจัดการเลือกปฏิบัติ

"รัฐมนตรี นิกร"


หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

สถิติผู้เข้าชมวันนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมเมื่อวานนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมเดือนนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมปีนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมทั้งหมด: 0 ครั้ง

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)