|   Thai English English 1300thailandcallcenter
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC ไทยคู่ฟ้า Anti-Fake News Center Thailand Youtube สอบถามข้อมูล / ข้อเสนอแนะ

ข่าวภารกิจ

"นิกร โสมกลาง" รมว.พม. เปิดเวที UN ยกระดับร่วมมือด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมโชว์ผลงาน ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติ

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 14/09/2569 / 1149 / พิมพ์หน้านี้ / 0

วันที่ 14 กันยายน 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม) เป็นประธานเปิดการประชุม United Nations (UN) Responsible Business and Human Rights Forum, Asia-Pacific 2026 ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ "Building Resilience, Advancing Rights" โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , ผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ (UN) , ผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาสังคม และผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม ESCAP Hall ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบออนไลน์


นายนิกร กล่าวว่า การประชุม UN Responsible Business and Human Rights Forum, Asia-Pacific 2026 นับเป็นครั้งที่ 8 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้ อยู่ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความแตกแยกทางเศรษฐกิจ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อทุกห่วงโซ่อุปทานและทุกชุมชน ดังนั้น พันธกิจสำคัญของประเทศไทยในการประชุมครั้งนี้คือการดำเนินงานที่ครอบคลุมของทุกภาคส่วนราชการ โดยในปี 2562 ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่ได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อขับเคลื่อนหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) ซึ่งปัจจุบัน แผนฯ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) อยู่ระหว่างการดำเนินการ และแผนฯ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2571 - 2575) ได้เริ่มดำเนินการควบคู่กันด้วยแล้ว นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ เป็นกฎหมายที่จะกำหนดให้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ต้องปฏิบัติตามหลักการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติที่มุ่งแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติในสังคมทุกมิติ รวมถึงในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการดำเนินการตามความสมัครใจสู่ความรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างแท้จริง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปและประเทศคู่ค้าอื่น ๆ 


นายนิกร กล่าวต่อไปว่า สำหรับกระทรวง พม. มีบทบาทหน้าที่โดยตรงในการดูแลกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ โดยเรามีระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน โดยประเทศไทยได้ให้ความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์กับกลไกการประเมินผลระหว่างประเทศ อาทิ รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายอย่างมุ่งมั่นที่จะยกระดับสู่ Tier 1  อีกทั้งมีการจัดตั้งสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และทีมสหวิชาชีพเพื่อคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพราะกฎหมายเพียงลำพัง ไม่อาจอำนวยความยุติธรรมได้อย่างสมบูรณ์ หากต้องควบคู่ไปกับการคุ้มครองและการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม 


ในส่วนของความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ ประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อคุ้มครองมิให้มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศและการแสดงออกทางเพศ ทั้งในสถานที่ทำงานและในสังคมโดยรวม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ และในเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา  ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองสิทธิการสมรสของคู่รักทุกคู่โดยไม่จำกัดเพศตามกฎหมาย ทำให้คู่สมรสทุกคู่มีสิทธิได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ


นอกจากนี้ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีการกำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป มีหน้าที่ต้องจ้างงานคนพิการในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 คน ถือเป็นความเชื่อมโยงทางกฎหมายที่ชัดเจนระหว่างแนวปฏิบัติทางธุรกิจกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มเปราะบางของสังคม อีกทั้งส่งเสริมให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจนำหลักการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) มาปรับใช้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง


"โอกาสนี้ ตนขอขอบคุณโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ( UNDP) ที่ได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยในหลายโครงการที่ผ่านมา ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแปลงมาตรฐานสากลให้เป็นการคุ้มครองประชาชนที่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ภารกิจทั้งหมดนี้ ไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ หากปราศจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค" นายนิกร กล่าวย้ำ  


#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #UNResponsibleBusinessandHumanRightsForumAsiaPacific #UNDP #UN #สหประชาชาติ

"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร
"นิกร โสมกลาง" ร


หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

สถิติผู้เข้าชมวันนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมเมื่อวานนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมเดือนนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมปีนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมทั้งหมด: 0 ครั้ง

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)