|   Thai English 1300thailandcallcenter
เปลี่ยนภาษา : Thai English 1300thailandcallcenter

  |  
Facebook Youtube mailto ChatWithMSO

ข่าวภารกิจ

พม. ร่วมแถลงมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ทุกกลุ่มเป้าหมายจากผลกระทบ โควิด-19

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 15/04/2563 / 228 / พิมพ์หน้านี้

        วันนี้ (15 เม.ย. 63) เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล นายปรเมธี วิมลศิริปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ร่วมสนทนาในรายการพิเศษ รวมใจสู้ภัยโควิด-19 ในประเด็นการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่ได้รับผลกระทบ
 
        นายปรเมธี กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีความรุนแรงเพิ่มมาก ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง กระทรวง พม. ได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย 1. ด้านการเงิน ได้แก่ 1.1) มาตรการช่วยเหลือเงินอุดหนุนสงเคราะห์ สำหรับผู้ประสบปัญหาทางสังคม (กรณีฉุกเฉิน) ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง เด็กในครอบครัวยากจน 1.2) มาตรการช่วยเหลือคนพิการ โดยจ่ายเงินเยียวยา จำนวน 1,000 บาท (จ่ายเพียงครั้งเดียว) สำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ การพักชำระหนี้เงินกู้คนพิการ จากกองทุกส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวน 12 เดือน (เม.ย.63 - มี.ค64) และให้คนพิการกู้ยืมเงินกองทุนฯ (ฉุกเฉิน) ไม่เกิน 10,000 บาท ไม่มีผู้ค้ำ ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดผ่อนชำระภายใน 2 ปี และปลอดชำระในปีแรก ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. - 30 ก.ย. 63 โดยสามารถยื่นกู้ได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ www.dep.go.th และที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดทั่วประเทศ 1.3) มาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนผู้สูงอายุจากสถานการณ์ โควิด-19 วงเงิน 190 ล้านบาท ด้วยระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2563 ถึง 31 มี.ค. 2564 โดยผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันแสดงเจตจำนงตามแบบฟอร์มที่กำหนดที่กองทุนผู้สูงอายุ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือส่งจดหมายแสดงเจตจำนงตามแบบฟอร์มที่กำหนด 1.4) มาตรการขยายเวลาตั๋วรับจำนำของสถานธนานุเคราะห์จากเดิม 4 เดือน 30 วัน เป็น 4 เดือน 120 วัน โดยไม่คิดดอกเบี้ย และเตรียมเงินกู้จากภาครัฐประมาณ 2,000 ล้านบาท รองรับผู้ใช้บริการใหม่ และปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้เหลือร้อยละ 0.125 ต่อเดือน และ 1.5) มาตรการช่วยเหลือลูกค้าการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 ได้แก่ พักชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ 3 เดือนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าสัญญาเช่าซื้ออาคาร/อาคารพร้อมที่ดิน/ที่ดินแปลงโล่ง โดยสัญญาเช่าซื้อจะถูกขยายเวลาออกไป 3 เดือน รวมทั้งลูกค้าที่ผ่อนชำระเงินดาวน์กับ กคช. จะได้รับการพักชำระค่าผ่อนดาวน์เช่นเดียวกัน และขยายเวลาผ่อนดาวน์ออกไป 3 เดือน ปลอดค่าเช่า 3 เดือน สำหรับลูกค้าสัญญาเช่าอาคาร/อาคารพร้อมที่ดิน/ที่ดินแผงตลาดร้านค้ารายย่อยที่ทำสัญญาโดยตรงกับกคช.และผู้เช่ารายย่อยที่ทำสัญญาเช่าช่วงกับผู้เช่าเหมาอาคาร และลดค่าเช่า 50% 3 เดือน ให้กับผู้เช่าร้านค้ารายย่อยในพื้นที่พลาซ่าหรือแผงตลาดที่ได้ทำสัญญาเช่ากับผู้เช่าเหมาบริหารพื้นที่กับ กคช. โดยกำหนดให้ผู้เช่ารายใหญ่ต้องลดค่าเช่าให้ผู้เช่ารายย่อยไม่น้อยกว่าที่กคช.กำหนด
 
         นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า 2. ด้านสถานที่ ได้แก่ 2.1) การจัดสถานที่สำหรับคนที่มีรายได้น้อยและจำเป็นต้องแยกตัวเองหรือกักกันตัวเพื่อสังเกตอาการ โดยได้จัดสถานที่ที่เป็นโรงแรมในพื้นที่ กคช. จำนวน 270 ห้อง และใช้อาคารในสถาบันพระประชาบดีจังหวัดปทุมธานี จำนวน 30 ห้อง (กรณีผู้ที่เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงยังควบคุมได้ แยก 1 ห้องต่อ 1 คน) ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการติดตั้ง CCTV เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถสังเกตอาการและการเคลื่อนย้ายผ่านระบบเทคโนโลยี 2.2) การจัดสถานที่สำหรับคนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง สำหรับการแยกตัวเองหรือกักกันตัว เพื่อสังเกตอาการ โดยจะมีการสร้างความเข้าใจกับชุมชนก่อน และจัดศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับคนไร้บ้าน เพื่อรองรับมาตรการปิดการเดินทางเข้า-ออก (Lockdown) หรือห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด (Curfew) และ 3.ด้านการให้บริการ ได้แก่ 3.1) การจัดหาและผลิตหน้ากากทางเลือก (หน้ากากผ้า) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และครอบครัวในเขตเมืองและชนบท จำนวน 1 ล้านคนๆ ละ 2 ชิ้น ซึ่งดำเนินการจัดจ้างผลิตหน้ากากแล้ว และจะจัดส่งหน้ากากล็อตแรก ในวันที่ 20 เม.ย. 63 จำนวน 500,000 ชิ้น ให้แก่ สำนักงาน พมจ. เพื่อแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยมียอดผลิตหน้ากาก (ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. - 14 เม.ย. 63) รวมทั้งหมด 1,365,107 ชิ้น และมียอดแจกจ่ายหน้ากาก (ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. - 14 เม.ย. 63) รวมทั้งหมด 803,418 ชิ้น 3.2) การส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพ โดยการฝีกอาชีพระยะสั้นและระยะยาว การสร้างงานในชุมชน และการให้กู้ยืมเงินประกอบอาชีพคนพิการและผู้สูงอายุ 3.3) การดูแลในชุมชน โดยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลร่วมกับทีมอาสา Covid-19 เพื่อค้นหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และทำงานร่วมกับหน่วยงานของกระทรวง พม. ผลิตหน้ากากผ้าและแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่
 
        นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน แก้ไขและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในชุมชน โดยดำเนินโครงการ พม. เราไม่ทิ้งกัน ภายใต้แนวคิด สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน ซึ่งมีเป้าหมายเป็นชุมชนที่อยู่ในความดูแลของ กคช. และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จำนวนทั้งสิ้น 286 ชุมชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการที่ถูกทอดทิ้งไม่มีคนดูแล ผู้ที่ตกงาน ผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ผู้ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ผู้ที่ขาดแคลนอาหาร แม่เลี้ยงเดี่ยว แม่ที่ไม่มีค่านมลูก ผู้ปกครองที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมบุตรหลาน ผู้ที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ตามเงื่อนไขของรัฐบาล และครอบครัวได้รับผลกระทบจากการกักตัวกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนด้านต่างๆ ในชุมชน อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินมาตรการทั้งหมดดังกล่าว อาทิ การเข้าไม่ถึงการรับรู้เรื่องสิทธิสวัสดิการจากรัฐและช่องทางการได้รับสวัสดิการ โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยและกลุ่มคนยากจน ทำให้เป็นกลุ่มที่ยังตกหล่นจากการได้รับการเยียวยา การขาดการสื่อสารกับชุมชนในการดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงและผู้ที่ต้องกักกันตัวในชุมชน ทำให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม และบุคลากรไม่เพียงพอต่อปัญหาสังคมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในเมืองและชนบท ซึ่งจำเป็นต้องร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อีกทั้งบุคลากรจำเป็นต้องมีพัฒนาทักษะในการให้คำปรึกษาและการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ทั้งนี้ หากประชาชนประสบปัญหาทางสังคม หรือพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่



หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ : 1845665

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)