|   Thai English 1300thailandcallcenter
เปลี่ยนภาษา : Thai English 1300thailandcallcenter

  |  
Facebook Youtube mailto ChatWithMSO

ข่าวภารกิจ

พม. ร่วมกับสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี ภายใต้แนวคิด "ประสานรัก ประสานใจ ครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง"

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 11/11/2562 / 28 / พิมพ์หน้านี้

        วันนี้ (11 พ.ย. 62) เวลา 08.30 น. ที่ห้องกรุงธนบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ร่วมกับสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี ภายใต้แนวคิด "ประสานรัก ประสานใจ ครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ เรื่องสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย และบทบาทสำคัญในการต่อต้าน เพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยการรณรงค์และระดมความคิด ปลุกจิตสำนึก ทัศนคติ เพื่อหาแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน คุ้มครองเด็ก สตรี และครอบครัวให้ปราศจากการกระทำความรุนแรง และส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง สังคมสงบสุข และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ อันเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "มาตรการการส่งเสริมและป้องกันการเกิดความรุนแรงในครอบครัว" ทั้งนี้ มีผู้ร่วมงาน ประกอบด้วย เด็ก และเยาวชน บุคคลในครอบครัวจากชุมชนกรุงเทพมหานคร 50 เขต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน แต่ถ้าประชาสังคม ผู้นำชุมชน องค์กรสตรี และประชาชนทั่วไป จำนวน 400 คน
 
        นายจุติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี สำหรับประเทศไทย มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2542 ซึ่งกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น "เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี" เพื่อมุ่งเน้นที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางต่อเด็กและสตรีทุกรูปแบบ ทั้งนี้ ครอบครัวเป็นหน่วยเล็กที่สุดของสังคม เป็นจุดเริ่มต้นของสังคมขนาดใหญ่ ปัญหาต่างๆ ของครอบครัว จึงถือเป็นต้นทางปัญหาทางสังคม ซึ่งความรุนแรงในครอบครัวนับเป็นสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลใกล้ชิด มีความสลับซับซ้อน และละเอียดอ่อน และปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งต่อผู้กระทำที่ต้องรับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ บางครั้งอาจถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิต ผลต่อครอบครัวซึ่งก่อให้เกิดความแตกแยก และส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ทั้งในด้านความมั่นคงทางสังคม และปัญหาเศรษฐกิจ รัฐจะต้องสูญเสียงบประมาณในการรักษาพยาบาล ทั้งทางร่างกายและจิตใจของบุคคลในครอบครัวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก
 
        นายจุติ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2542 ประเทศไทยได้กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันขจัดความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี โดยมีเป้าหมายให้คนในสังคม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว และร่วมกันรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ดังนั้น ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จึงเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนของสังคม และประชาชนทั่วไป ต้องให้ความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาทัศนคติของคนในสังคมด้วยการสร้างความตระหนักให้ทุกคนเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาและมาร่วมกันเป็นพลังในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ทั้งนี้ การที่กระทรวง พม. ร่วมกับสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ดำเนินการจัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี ในครั้งนี้ นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและเป็นการประสานความร่วมมือเพื่อร่วมรณรงค์ ยุติความรุนแรงให้บุคคลในสังคมให้ได้รับความรู้ มีความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ และมีส่วนร่วมในการรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัวและสังคม อันจะส่งผลให้บุคคลในสังคมปราศจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ สังคมมีความเข้มแข็ง มีครอบครัวที่อบอุ่น และมีสัมพันธภาพที่ดีของครอบครัว
 
        "การจัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี ภายใต้แนวคิด "ประสานรัก ประสานใจ ครอบครัวไทยไร้ความรุนแรง" ในวันนี้ นับเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่กระทรวง พม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยกระตุ้นให้คนในสังคมมีความรู้และมีความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา และร่วมกันเป็นพลังในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จนก่อให้เกิดกระแสสังคมในการ "ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรง" นายจุติ กล่าวในตอนท้าย



หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ : 1685848

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)