|   Thai English 1300thailandcallcenter
เปลี่ยนภาษา : Thai English 1300thailandcallcenter

  |  
Facebook Youtube mailto ChatWithMSO

ข่าวภารกิจ

พม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการอาเซียนเฉลิมฉลองการครบรอบ 30 ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC@30) มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในอาเซียน

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 01/11/2562 / 15 / พิมพ์หน้านี้

        วันนี้ (1 พ.ย. 62) เวลา 09.00 น. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานหลักการดำเนินงานของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC) ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทย ปี 2562 ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการอาเซียนเฉลิมฉลองการครบรอบ 30 ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก(CRC@30) ภายใต้หัวข้อ "เด็กในอาเซียน : 30 ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก" โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง เด็กอาเซียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมี Ms. Karin Hulshof ผู้อำนวยการยูนิเซฟ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (UNICEF EAPRO) ร่วมกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะหัวหน้าเจ้าหน้าที่อาวุโสสำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ฯพณฯ กุง ฝก (H.E. Mr. Kung Phoak) รองเลขาธิการอาเซียนสำหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ผู้แทนยูนิเซฟ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAPRO) และผู้แทนเด็กจากประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมงาน ณ ห้อง Royal Orchid Ballroom 2 โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพฯ
 
       นายจุติ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่อาเซียนเฉลิมฉลอง การครบรอบ 30 ปี ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะทำให้อาเซียนตระหนักถึงช่องว่างและพัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อประกันว่า เด็กจะได้รับการส่งเสริมสิทธิอย่างเต็มที่ ซึ่งประเทศไทยตระหนักดีว่า "เด็กคือผู้นำการเปลี่ยนแปลง" และขอยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับเด็กเป็นลำดับแรก ด้วยการเพิ่มการลงทุนในเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โดยประเทศไทยขอเชิญชวนประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันทำให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นอาเซียนที่เป็นมิตรกับเด็กทุกคน ซึ่งเด็กในประเทศสมาชิกอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเมื่อ 30 ปี ที่ผ่านมา แต่การดำเนินงานในด้านสิทธิเด็กในอาเซียนยังคงไม่เสร็จสิ้น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จึงนับเป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบายและวิธีที่จะรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นมาใหม่ สถานการณ์เด็กยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องมีวิวัฒนาการและปรับตัว ดังนั้นความร่วมมือกันในประเทศสมาชิกอาเซียนจะทำให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ในปัจจุบัน และอีก 30 ปีข้างหน้าได้
 
        นายจุติ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2562 นี้ เป็นการครบรอบ 30 ปี ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศถือกำเนิดขึ้น ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้ให้สัญญากับเด็กทั่วโลก โดยการรับเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์นี้ คือ การที่ผู้นำทั่วโลกได้มาร่วมให้สัญญากับเด็กๆ ทุกคน ทุกรุ่น ว่าจะให้ความคุ้มครองดูแลอย่างเต็มความสามารถ และเท่าเทียมกัน ซึ่งเมื่อปี 2538 ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้เข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยอาเซียนได้เป็นประเทศสมาชิกที่ดีในการดำเนินงาน ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งสิ่งที่อาเซียนประสบความสำเร็จในการดำเนินงานด้านสิทธิเด็ก มีดังนี้ 1. ความยากจนลดลงอย่างมีนัยสำคัญกว่าครึ่งและคนมีอายุขัยยาวนานขึ้น 2. เด็กสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดและมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น สตรีตั้งครรภ์มีสุขภาพครรภ์ดีตั้งแต่ระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอด อัตราการอยู่รอดของทารกแรกเกิดและคุณภาพการดูแลสุขภาพของทารกเป็นไปตามมาตรฐานสากล 3. อัตราเด็กที่เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น เรียกได้ว่าเด็กในอาเซียนแทบทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาระดับประถมศึกษา ซึ่งโอกาสเหล่านี้ทำให้กลุ่มคนดังกล่าวมีอนาคตที่ดีขึ้น 4. มีการดำเนินงานผ่านหน่วยงานและการบริการของรัฐ เพื่อการป้องกันปัญหาความรุนแรงในเด็ก การแสวงประโยชน์จากเด็กในทางที่ผิด การละเมิดเด็ก และการเพิกเฉยต่อเด็ก และ 5. เด็กสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสื่อโซเชียลได้มากขึ้นซึ่งนับเป็นการเปิดโลกการสื่อสารให้กับเด็ก
 
        นายจุติ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการอาเซียนเฉลิมฉลองการครบรอบ 30 ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก(CRC@30) ภายใต้หัวข้อ "เด็กในอาเซียน : 30 ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก" ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงเพื่อแสดงความก้าวหน้าของภูมิภาคอาเซียนต่อการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กรวมถึงข้อท้าทายและทิศทางของ 10 ประเทศอาเซียนในการปรับปรุงสถานการณ์สิทธิเด็กในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นจากกลไกที่เกี่ยวข้องในอาเซียน ดังนี้ 1) การอภิปรายเด็กในอาเซียนเรื่องความก้าวหน้าและข้อท้าทายที่ประเทศอาเซียนพบเจอเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเด็กในอีก 30 ปีข้างหน้า 2) แนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิทธิเด็ก และ 3) มาตรการรับมือกับปัญหาในอนาคต และโอกาสที่จะทำให้เกิดความตระหนักถึงสิทธิเด็กมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายและนำเสนอในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้แทนกลไกสาขาและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กในภูมิภาคอาเซียน และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอของเด็ก โดยผู้แทนเด็กจากประเทศสมาชิกอาเซียน อีกทั้งมีการเปิดตัวรายงานเรื่อง "เด็กในอาเซียน เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก" การนำเสนอมุมมองของเด็กต่อความท้าทายในการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนและผู้แทนเด็กจากประเทศสมาชิกอาเซียน ในบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อเด็ก
 
        "ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสิทธิเด็กใน 30 ปีข้างหน้าได้แก่ 1. สร้างความร่วมมือในภูมิภาคและข้ามพรมแดน 2. เด็กทุกคนได้รับการดูแลไม่ถูกทอดทิ้ง 3. เพิ่มความเข้มแข็งให้กฎหมายและนโยบายต่าง ๆ 4. เพิ่มการเงินของรัฐและการลงทุนเพื่อสังคม 5. เน้นรวบรวบ วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์ข้อมูล 6. เน้นการเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน 7. ยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยี 8. ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและพฤติกรรม 9. เร่งดำเนินการเรื่องสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อเด็ก และ 10. สร้างความเสมอภาคทางเพศ โดยอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความเป็นพลวัต เต็มไปด้วยคำสัญญา ครึ่งหนึ่งของประชากร หรือประมาณ 630 ล้านคน มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งข้อเสนอแนะดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศในอาเซียนเพื่อให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ในอนาคต เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป" นายจุติ กล่าวในตอนท้าย



หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ : 1685848

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)