|   Thai English 1300thailandcallcenter
เปลี่ยนภาษา : Thai English 1300thailandcallcenter

  |  
Facebook Youtube mailto ChatWithMSO

ข่าวภารกิจ

ผช.รมว.พม. พร้อมสายด่วน พม. 1300 ลงพื้นที่ช่วย 25 ครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคม ทั้งคนพิการ ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ด้อยโอกาส ในชุมชนย่านบางขุนเทียน กทม.

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 30/10/2562 / 35 / พิมพ์หน้านี้

       วันนี้ (30 ต.ค. 62) เวลา 10.00 น. นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เยี่ยมและช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน ที่ประสบปัญหาทางสังคม อาทิ ปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อค่ายังชีพ การเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐ และการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 25 ครอบครัว ณ ชุมชนโฟร์โมสต์ และชุมชนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
 
       นายสากล กล่าวว่า วันนี้ ตน พร้อมด้วยศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ที่ประสบปัญหาทางสังคม รวมจำนวน 25 ครอบครัว พร้อมด้วยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) 2. กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) โดยศูนย์บริการคนพิการ สาขาอ้อมน้อย 3. กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) 4. กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร 5. สำนักงานเขตบางขุนเทียน และ 6. ศูนย์บริการสาธารณสุข 42 ถนอม ทองสิมา กรุงเทพมหานครรวมทั้งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ซึ่งพบผู้ประสบปัญหาทางสังคม อาทิ 1) หญิงชรา อายุ 67 ปี ร่างกายผอมซูบ ป่วยด้วยโรคไทรอยด์และโรคพาร์กินสัน สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เพียงเล็กน้อย ไม่ได้ประกอบอาชีพ อาศัยอยู่กับลูกชาย อายุ 46 ปี ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างรายวัน 2) ชาย อายุ 27 ปี นอนป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากพิการทางจิตใจ สติปัญญา การเรียนรู้ การได้ยิน และการเคลื่อนไหว อาศัยอยู่กับตาแก่ชรา อายุ 76 ปี ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และแม่ อายุ 40 ปี ป่วยเป็นโรคหอบหืด 3) เด็กหญิง อายุ 12 ปี มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว ต้องเจาะเหล็กดามกระดูกขาข้างซ้าย ยังไม่มีบัตรคนพิการและไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาศัยอยู่กับพ่อ อายุ 30 ปี และแม่อายุ 36 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย รายได้ไม่แน่นอน รวมทั้งน้องชาย อายุ 10 ปี 4) หญิงชรา อายุ 78 ปี พิการทางการเคลื่อนไหว ป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง อาศัยอยู่กับสามี อายุ 62 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ ลูกสาว อายุ 65 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย รายได้ไม่แน่นอน และหลานสาวอีก 2 คน วัย 5 ขวบ และ 1 ขวบ 5) ชายชรา อายุ 85 ปี พิการทางการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาศัยอยู่กับลูกสาว อายุ 61 ปี ลูกเขย อายุ 72 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ และหลานชาย อายุ 44 ปี พิการทางสติปัญญา ป่วยด้วยโรคลมชัก
 
       นายสากล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันประเมินทางสังคมและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ดังนี้ 1) มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น 2) นำเรื่องเข้าพิจารณาเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ 3) การทำบัตรคนพิการเพื่อขอรับเบี้ยความพิการ 4) การซ่อมแซม ปรับปรุง ที่อยู่อาศัยให้มีความเหมาะสม มั่นคง และถูกสุขลักษณะ สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ 5) การให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับ การเลี้ยงดูบุตรหลานอย่างเหมาะสม 6) การรักษาพยาบาลผู้ป่วย 7) การเฝ้าดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดย อพม. ในชุมชน 8) การศึกษาอย่างต่อเนื่องของเด็กและเยาวชน 9) การให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อการส่งเสริมอาชีพและรายได้ และ 10) การให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อขอรับสิทธิสวัสดิการอื่นตามกฎหมาย รวมทั้ง การหาแนวทางร่วมกันในการช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวต่อไป
 
       "ทั้งนี้ หากประชาชนประสบปัญหาทางสังคม หรือพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมให้คำปรึกษาและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่" นายสากล กล่าวในตอนท้าย



หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ : 1685839

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)